เศรษฐกิจของประเทศจีนในปัจจุบัน ส่งสัญญาณหลากหลายที่อาจตีความได้ทั้งในเชิงบวกและลบ ข้อมูลด้านลบ เช่น การผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ชะลอตัว ดัชนีภาคการผลิตที่ติดลบ ราคาบ้านและการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนตัว ยอดขายปลีกไม่สดใส และการผลิตไฟฟ้าที่เติบโตต่ำ แสดงถึงผลกระทบจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ และผลตกค้างจากโควิด-19 ในส่วนของด้านบวกยังมีการนำเข้าแร่เหล็กที่แข็งแกร่ง การฟื้นตัวของการนำเข้าน้ำมันดิบ การติดตั้งพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น และการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตดี
ตัวชี้วัดที่น่าสนใจคือการผลิตไฟฟ้า ซึ่งสะท้อนการใช้พลังงานและความต้องการทางเศรษฐกิจโดยตรง จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่า ในเดือนเมษายน 2568 มีการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพียง 0.9% ลดลงจากเดือนก่อนหน้า และช่วง 4 เดือนแรกของปีเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้อาจไม่สะท้อนภาพรวมทั้งหมด เพราะไม่รวมการผลิตจากแหล่งพลังงานขนาดเล็กและแผงโซลาร์บนหลังคาที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดย Rystad Energy บริษัท วิจัย และธุรกิจด้านพลังงานอิสระ คาดว่าจะมีการติดตั้งเพิ่มขึ้นอย่างมากในไตรมาสที่ 2
ในส่วนของพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะอย่างอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด เช่น แผงโซลาร์ กังหันลม แบตเตอรี่ และรถยนต์ไฟฟ้า มีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าการผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมจะเติบโตลดลงจาก 7.7% เหลือ 6.1% ในเดือนเมษายน แต่ก็ยังถือว่ามีความแข็งแกร่งท่ามกลางมาตรการภาษีจากสหรัฐฯ ทำให้
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจจีนยังอยู่ในภาวะไม่แน่นอน การชะลอตัวของบางตัวเลขสะท้อนความท้าทายจากภายนอกและภายในประเทศ แต่ขณะเดียวกัน ก็มีสัญญาณการฟื้นตัวในบางภาคส่วน เช่น พลังงานหมุนเวียนและการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า การประเมินภาวะเศรษฐกิจจีนในระยะนี้จึงต้องพิจารณาอย่างรอบด้านและเลือกดูตัวชี้วัดที่เหมาะสมเพื่อทำความเข้าใจแนวโน้มในระยะต่อไป
แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
China’s electricity generation may be like its economy: Not as soft as it looks | Reuters