กระทรวงพลังงาน Ministry of Energy

            สหภาพยุโรป (EU) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการพึ่งพาการนำเข้า LNG จากสหรัฐอเมริกา หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีและข่มขู่ว่าจะยึดครองกรีนแลนด์ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์ก โดยนายแดน ยอร์เกนเซน กรรมาธิการด้านพลังงานของสหภาพยุโรปกล่าวว่า เหตุการณ์ล่าสุดนั้นถือเป็น “สัญญาณเตือน” สำหรับภูมิภาคนี้ เนื่องจากในปัจจุบันนั้นสหภาพยุโรปพึ่งพาการนำเข้า LNG จากสหรัฐฯ ประมาณครึ่งหนึ่งของการนำเข้าทั้งหมด ซึ่งสหภาพยุโรปอยู่ระหว่างการพิจารณานำเข้า LNG จากประเทศอื่นเพิ่มมากขึ้น เช่น แคนาดา กาตาร์ และประเทศในแถบแอฟริกาเหนือ

            โดยท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับการครอบครองกรีนแลนด์ รวมถึงการข่มขู่ประเทศที่พยายามขัดขวางเป้าหมายดังกล่าว ทำให้สหภาพยุโรปต้องกลับมาทบทวนความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในหลายภาคส่วน ทั้งด้านความมั่นคงทางทหารและพลังงาน ถึงแม้ว่าข้อตกลงทางการค้าปีที่แล้วจะกำหนดให้สหภาพยุโรปต้องซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ มูลค่ากว่า 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย

            ทั้งนี้ ปัจจุบันสหภาพยุโรปยังคงมีการนำเข้า LNG จากรัสเซียประมาณร้อยละ 15 แต่เมื่อไม่นานมานี้สหภาพยุโรปได้ตกลงที่จะทยอยยุติการนำเข้าดังกล่าว ซึ่งโฆษกของฝ่ายรัสเซียได้ออกมาให้ความเห็นต่อประเด็นดังกล่าวว่า “การที่สหภาพยุโรปปฏิเสธก๊าซจากท่อส่งหรือก๊าซธรรมชาติเหลวจากรัสเซียซึ่งถือว่ามีราคาดีที่สุด เท่ากับเป็นการทำให้สหภาพยุโรปต้องพึ่งพาแหล่งก๊าซเพียงไม่กี่แห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสหรัฐอเมริกา”

            ในขณะเดียวกัน นายเทย์เลอร์ โรเจอร์ส โฆษกทำเนียบขาว ได้กล่าวว่า “หลายประเทศในยุโรปได้เริ่มทำสัญญาระยะยาวกับผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติเหลวจากสหรัฐฯ เพื่อลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากรัสเซีย” อีกทั้งยังได้กล่าวชื่นชมบทบาทของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ทำให้ผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติเหลวจากสหรัฐฯ เป็นพันธมิตรที่ดีที่สุดและเชื่อถือได้มากที่สุด และสหรัฐฯ จะทำงานร่วมกับประเทศในยุโรปอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองต่อความต้องการด้านพลังงานของภูมิภาคต่อไป

แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

EU eyes gas from Qatar, Canada to reduce reliance on US LNG | EconomicTimes

ข่าวล่าสุด