สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปบรรลุข้อตกลงการค้าครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ส่งผลทำให้สหภาพยุโรปต้องเผชิญกับภาษีนำเข้าในอัตราร้อยละ 15 สำหรับสินค้าส่งออกส่วนใหญ่ รวมถึงประเภทสินค้ายานยนต์ ซึ่งการบรรลุข้อตกลงนี้เป็นการหลีกเลี่ยงสงครามการค้าที่อาจส่งผลกระทบ
อย่างมากต่อเศรษฐกิจโลก โดยข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่อัตราภาษีใหม่ของทรัมป์จะมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์หน้า
ทรัมป์และอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้ประกาศข้อตกลงร่วมกับสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ณ เมืองเทิร์นเบอร์รี ประเทศสกอตแลนด์ ว่าการบรรลุข้อตกลง
ที่อัตราภาษีร้อยละ 15 จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป ส่งผลให้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าของดัชนีหุ้นสหรัฐ ฯ S&P 500 เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.4 หลังจากที่ดัชนีดังกล่าวทำสถิติแตะระดับสูงสุดเป็นระยะเวลา 5 วันติด ตลาดหุ้นยุโรปเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 และเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์
สตีเฟน โอลสัน อดีตผู้เจรจาการค้าของสหรัฐ ฯ กล่าวว่า สหภาพยุโรปนั้นแก้ไขสถานการณ์ได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะแม้ยุโรปจะมองเห็นคุณค่าในความสัมพันธ์ทางการค้ากับสหรัฐฯ และข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยให้ไม่เกิดสงครามการค้า แต่ทรัมป์กลับไม่เห็นด้วยเช่นนั้น เนื่องจากสินค้าส่งออกของสหภาพยุโรปยังต้องเผชิญกับอัตราภาษีนำเข้าที่สูงกว่าที่สหภาพยุโรปเรียกเก็บจากสหรัฐฯ
เป็นอย่างมาก อีกทั้ง อุตสาหกรรมในสหภาพยุโรปบางกลุ่มก็ไม่พอใจกับข้อตกลงนี้
ทรัมป์เผยว่า อัตราภาษีดังกล่าวไม่ครอบคลุมถึงยาและโลหะ แต่ฟอน แดร์ ไลเอินกลับให้ข้อมูล
ที่ต่างออกไปว่า อัตราภาษีร้อยละ 15 นั้นครอบคลุมถึงยา แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก และรถยนต์ โดยภายหลังเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้ออกมายืนยันว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้อัตราภาษีร้อยละ 15 ใช้กับการส่งออกยาของสหภาพยุโรป โดยจะมีการใช้มาตรา 232 เพื่อสอบสวนเรื่องภาษียาเพิ่มเติมต่อไป ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสามสัปดาห์ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวว่า สหภาพยุโรปตกลงจะซื้อพลังงานจากสหรัฐฯ มูลค่า 7.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงเปิดตลาดให้กับสินค้าสหรัฐ ฯ แบบปลอดภาษี และซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ จำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม หากไม่มีข้อตกลงดังกล่าว สำนักข่าว Bloomberg Economics คาดว่าภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าของสหภาพยุโรปโดยเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 13.5 เป็นเกือบร้อยละ 18 ในวันที่
1 สิงหาคม 2568 แต่ข้อตกลงนี้จะช่วยลดอัตราภาษีลงเหลือร้อยละ 16 ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยว่า ข้อตกลงดังกล่าวไม่ครอบคลุมการส่งออกเหล็กและอะลูมิเนียม ซึ่งจะยังคงถูกจัดเก็บอัตราภาษี
ที่ร้อยละ 50 เท่าเดิม ในขณะเดียวกัน ภาษีสำหรับอุตสาหกรรมอากาศยานจะยังคงอยู่ที่ร้อยละ 0
หลายเดือนมานี้ ทรัมป์ได้คุกคามหลายประเทศทั่วโลกด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่สูง โดยมีเป้าหมายเพื่อลดการขาดดุลการค้ากับสหรัฐ ฯ แต่การเรียกเก็บภาษีในอัตราที่ยากจะคาดเดาของทรัมป์กลับทำให้เกิดสถานการณ์ตึงเครียดทั่วโลก
แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
EU Reaches Tariff Deal With US to Avert Painful Trade Blow | Bloomberg