กระทรวงพลังงาน Ministry of Energy

          กฎหมายลดอัตราเงินเฟ้อ (The Inflation Reduction Act: IRA) สามารถกระตุ้นการขยายตัวของภาคการผลิตของสหรัฐอเมริกาผ่านการระดมทุนมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนชนบทที่ต้องการการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ซึ่งอนาคตของการลงทุนดังกล่าวอาจขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยหากพรรครีพับลิกันชนะอาจทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนบางส่วนสั่นคลอน เนื่องจากกังวลว่ากฎหมาย IRA อาจไม่ได้รับความสนใจหรือถูกยกเลิก ซึ่งหากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี น่าจะมีการสนับสนุนให้มีการผลิตน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหินเพิ่มมากขึ้น

          นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนลงนามในกฎหมาย IRA เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2022 บริษัทต่างๆ ได้ประกาศว่าจะมีการลงทุน 133,000 ล้านดอลลาร์ในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและการผลิต ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งพบว่าการลงทุนด้านการผลิตจริงมีมูลค่ารวม 89,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 305 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับ 2 ปีก่อน โดยรวมแล้ว IRA ได้ใช้เงินลงทุนกว่าครึ่งล้านล้านดอลลาร์ในภาคการผลิต พลังงาน และการค้าปลีก

          บริษัททรีเวอร์ เฮาเซอร์ กล่าวว่ากิจกรรมการผลิตรูปแบบใหม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาคการผลิต โดยเป็นผลมาจากการเพิ่มกระบวนการสำหรับการผลิตพลังงานสะอาด โดยมีการจัดตั้งโครงการผลิตเทคโนโลยีพลังงานสะอาดและยานยนต์ไฟฟ้าประมาณ 271 โครงการ ซึ่งจะสามารถสร้างงานได้มากกว่า 100,000 ตำแหน่ง ทั้งนี้ หากโครงการทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชนชนบท โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีพลังงานลม แสงอาทิตย์ และยานยนต์ไฟฟ้า แตกต่างจากการลงทุนด้าน AI เทคโนโลยี และการเงินที่จะกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่เท่านั้น

          นอกจากนี้ IRA ยังเร่งการการลงทุน 108 พันล้านดอลลาร์ในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่เพื่อสำรองพลังงาน โดยการลงทุนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่เพิ่มขึ้น 56% และ 130% ตามลำดับในช่วงสองปีที่ผ่านมา

แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

How the Inflation Reduction Act sparked a manufacturing and clean energy boom in the U.S. | CNBC

ข่าวล่าสุด