สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้นำอิหร่าน จุดชนวนความขัดแย้งใหม่ในตะวันออกกลาง พร้อมระบุว่าการโจมตีมีเป้าหมายยุติภัยคุกคามด้านความมั่นคง และเปิดโอกาสให้ชาวอิหร่านโค่นล้มผู้นำของตน โดยอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอล ทำให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวอาหรับมีความกังวลต่อการยกระดับความรุนแรง
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน มีแนวโน้มส่งผลต่อตลาดโลกในหลายมิติ อาทิ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ความผันผวนของตลาดหุ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดตะวันออกกลาง ค่าเงิน และสกุลเงินดิจิตอลทั่วโลก รวมทั้งตลาดหุ้นของสายการบิน
อิหร่านเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ ที่ตั้งอยู่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราวร้อยละ 20 ของโลก โดยความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทำให้บริษัทน้ำมันและบริษัทค้าพลังงานบางแห่งระงับการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกลดลงและส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น โดยนักวิเคราะห์คาดว่า แม้ควบคุมสถานการณ์ได้ ราคาน้ำมันเบรนท์อาจอยู่ที่ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นจุดราคาสูงสุดที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งเกิดสงครามอิหร่าน–อิสราเอล หรือสงครามสิบสองวันเมื่อมิถุนายนปีที่แล้ว
ความผันผวนของตลาดหุ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดตะวันออกกลาง ค่าเงิน และสกุลเงินดิจิตอลทั่วโลก โดยความขัดแย้งครั้งนี้จะเพิ่มความผันผวนในตลาดโลก ซึ่งปีนี้มีความผันผวนจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ เป็นทุนเดิม โดยดัชนีความผันผวนในตลาดพันธบัตรสหรัฐเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 ในขณะที่ ดอลลาร์สหรัฐฯ มีแนวโน้มแข็งตัวขึ้น เนื่องจากสหรัฐฯ ในฐานะผู้ส่งออกจะได้ประโยชน์จากราคาส่งออกน้ำมันและก๊าซที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงของการชะงักงันของอุปทานน้ำมันและก๊าซในตลาดโลก นอกจากนี้ สกุลเงินดิจิตอลอย่าง dash และ bitcoin ก็อาจได้รับผลกระทบด้วย
นอกจากนี้ การยกเลิกเที่ยวบินที่จะส่งผลกระทบต่อหุ้นของสายการบิน ก็อาจนำไปสู่การปิดตัวของสายการบิน โดยขึ้นอยู่กับว่าความรุนแรงจะยืดเยื้อและขยายวงมากเพียงใด
แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: