Argus Media บริษัทข้อมูลด้านพลังงานรายงานว่า รัฐบาลอินเดียเตรียมบังคับผสม Sustainable Aviation Fuel (SAF) ในเชื้อเพลิงเครื่องบินในสัดส่วน 1% ภายในปี 2027 (พ.ศ. 2570) และจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 2% ในปี 2028 (พ.ศ. 2571) และ 5% ในปี 2030 (พ.ศ. 2573) โดย Bharat Petroleum (BPCL) รัฐวิสาหกิจปิโตรเลียมของอินเดียประกาศว่า โรงกลั่นของบริษัทได้รับการรับรองมาตรฐาน Carbon Offsetting and Reduction Scheme for International Aviation (CORSIA) สำหรับเชื้อเพลิง SAF ที่ผลิตจากน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil, UCO) จาก International Sustainability & Carbon Certification (ISCC) เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และคาดว่าจะสามารถเริ่มการผลิตเชื้อเพลิง SAF ภายในปี 2026 (พ.ศ. 2569) อย่างไรก็ดี บริษัทยังไม่เปิดเผยตัวเลขกำลังการผลิตระยะแรก
ก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคม 2025 (พ.ศ. 2568) Indian Oil Company (IOC) รัฐวิสาหกิจปิโตรเลียมของอินเดียอีกรายหนึ่ง เป็นบริษัทแรกในอินเดียที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน COASIA จาก ISCC โดยคาดว่าจะเริ่มผลิต SAF ที่กำลังการผลิต 35,000 ตันต่อปี ในปลายปี 2025 แต่ประสบความล่าช้า จึงคาดว่าจะเริ่มผลิตได้จริงในครึ่งปีหลังของปี 2026 นอกจากนี้ IOC ได้ลงนามกิจการร่วมค้า (JV) กับ M11 Energy Transition เพื่อลงทุนจัดสร้างโรงกลั่น SAF ประเภท Hydro-processed Esters and Fatty Acids (HEFA) มูลค่า 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,615 ล้านบาท) ในรัฐโอฑิศา
อย่างไรก็ดี การจัดหาน้ำมันพืชใช้แล้วในประเทศอินเดีย ยังมีความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานในการรวบรวมและจัดเก็บน้ำมันพืชใช้แล้วจากครัวเรือน ร้านอาหาร และโรงแรม ที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้ผลิต SAF ในอินเดียต้องจัดหาน้ำมันพืชใช้แล้วจากต่างประเทศ ซึ่งอินเดียได้นำเข้าน้ำมันพืชใช้แล้วจากประเทศจีน เพื่อผลิตน้ำมันไบโอดีเซล และคาดว่าสามารถนำน้ำมันพืชใช้แล้วจากจีนมาผลิตเป็น SAF ได้เช่นกัน โดยในปี 2025 บริษัทข้อมูลโลจิสติกส์ Kpler รายงานว่า อินเดียได้นำเข้าน้ำมันพืชใช้แล้วจากจีนประมาณ 143,533 คาร์โก้ ซึ่งน้ำมันพืชใช้แล้วเกรด Hydrotreating โดยทั่วไปจะมีราคา FOB ประมาณ 50 – 100 หยวนต่อตัน (ประมาณ 240 – 480 บาทต่อตัน) นอกจากนี้ บริษัทอินเดียหลายบริษัทกำลังพิจารณานำเข้าน้ำมันพืชใช้แล้วจากมาเลเซียและอินโดนีเซียด้วยเช่นกัน
แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: