กระทรวงพลังงาน Ministry of Energy

            ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปี 2026 อันเนื่องมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ล่าสุดเกิดจากสถานการณ์ความไม่สงบและการประท้วงในอิหร่านที่ทวีความรุนแรงขึ้น และแรงกดดันจากสหรัฐอเมริกาที่ขู่จะใช้การตอบโต้ทางการทหารหลังจากที่รัฐบาลอิหร่านใช้ความรุนแรงในการปราบปรามผู้ชุมนุม

            โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับขึ้นไปแตะระดับ 64 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ขยับเข้าใกล้ระดับ 60 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

            ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดความเป็นไปได้ที่จะเกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง ความพยายามของอิหร่านที่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลกกลับมาเป็นประเด็นที่นักลงทุนให้ความสนใจอีกครั้ง โดยช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันเส้นหลักจากตะวันออกกลางไปยังเอเชีย และเป็นเส้นเลือดใหญ่ของการส่งออกของผู้ผลิตรายสำคัญทั้งหมดในภูมิภาค รวมถึงอิหร่านเองด้วย

            การปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นความกังวลที่ใหญ่ที่สุดของตลาดน้ำมัน เพราะอาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นหลายสิบดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากช่องทางแคบระหว่างอิหร่านกับโอมานนี้เป็นเส้นทางส่งออกที่สำคัญของผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในอ่าวเปอร์เซีย และแทบไม่มีทางเลือกอื่นหากช่องแคบดังกล่าวถูกปิด ทั้งนี้ ในปี 2024 ปริมาณการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซอยู่ที่ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณร้อยละ 20 ของการบริโภคน้ำมันทั่วโลก ซึ่งหากเกิดสถานการณ์เลวร้ายจะไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อตลาดก๊าซธรรมชาติด้วย เนื่องจาก กาตาร์ก็ส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จำนวนมหาศาลผ่านเส้นทางนี้เช่นกัน

            อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เนื่องจากมีกองทัพเรือสหรัฐฯ ประจำการอยู่ในภูมิภาคนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่สหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านในวงจำกัด ซึ่งคล้ายกับการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านเมื่อเดือนมิถุนายน 2025

            ในขณะเดียวกัน รัฐบาลอิหร่านได้ออกมาเตือนว่าจะทำการตอบโต้ทางทหารต่อสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรอย่างเต็มรูปแบบหากถูกโจมตีก่อน ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ฯ ประกาศว่า ประเทศใดก็ตามที่ยังดำเนินธุรกิจกับอิหร่านจะต้องเสียภาษีศุลกากรร้อยละ 25 สำหรับธุรกิจทั้งหมดที่ดำเนินการกับสหรัฐฯ ซึ่งมาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อประเทศที่ดำเนินธุรกิจกับอิหร่าน เช่น จีน รัสเซีย ยูเออี ตุรกี และบราซิล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จีนซึ่งนำเข้าน้ำมันในราคาพิเศษจากอิหร่าน และอาจได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาษีใหม่นี้

แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

Iran Turmoil Resurrects Specter of Critical Oil Lane Disruption | OilPrice

ข่าวล่าสุด