กระทรวงพลังงาน Ministry of Energy

          ปริมาณการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทั่วโลกมีการเติบโตในอัตราที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งส่งผลกระทบและเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ราคาของ LNG เพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีการเพิ่มปริมาณการผลิตและการจัดหาก๊าซจากแหล่งอื่น ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น โดยมีการคาดการณ์ว่าการขาย LNG ในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเพียง 4% ที่ประมาณ 414 ล้านตัน ตามข้อมูลจาก Kpler เนื่องจากความล่าช้าของโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ และการคว่ำบาตรด้านพลังงานล่าสุดต่อรัสเซียทำให้การจัดหาก๊าซใหม่เข้าสู่ตลาดลดลง

          ทั้งนี้ ตลาด LNG อยู่ในภาวะเสียสมดุลนับตั้งแต่การโจมตียูเครนของรัสเซียในปี 2022 ซึ่งส่งผลให้การขนส่งก๊าซจากท่อส่งของรัสเซียไปยังยุโรปหยุดชะงัก และทำให้ยุโรปต้องพึ่งพาการนำเข้า LNG ในรูปแบบ super-chilled fuel เพิ่มมากขึ้น ซึ่งปริมาณการส่งออก LNG ที่ลดลงในปัจจุบันทำให้ตลาด LNG มีความเสี่ยงในด้านราคาสำหรับผู้ซื้อในยุโรปและเอเชีย

          มีการคาดการณ์ว่า ตลาด LNG อาจจะฟื้นตัวขึ้นในปี 2025 เมื่อโครงการขุดเจาะก๊าซฯ ใหม่ของสหรัฐฯ เริ่มต้นการผลิตและโครงการในแคนาดามีการเริ่มดำเนินการ เช่น โรงงานใน Plaquemines ของบริษัท Venture Global LNG Inc. ได้ส่งออกก๊าซเป็นครั้งแรกเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และโรงงานใน Corpus Christi ของบริษัท Cheniere Energy Inc. เริ่มการผลิตหลังจากการขยายกำลังการผลิตในเฟสแรกสำเร็จเมื่อวันจันทร์ที่ 30 ธ.ค. 67 ที่ผ่านมา

          ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาเป็นผู้ส่งออก LNG รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีอัตราการส่งออกที่ 87 ล้านตันในปี 2024 ถือว่าใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า และข้อมูลจาก Kpler ยังได้แสดงให้เห็นว่าประเทศจีนเป็นผู้ซื้อ LNG รายใหญ่ที่สุดของโลกเป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยที่จีนได้นำเข้า LNG มากกว่า 78 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 8.5% เมื่อเทียบกับการนำเข้าปีที่แล้ว

แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

LNG Exports Grow at Slowest Pace Since 2015, Data Show | qCaptain

ข่าวล่าสุด