กระทรวงพลังงาน Ministry of Energy

วันอังคารที่ 29 กรกฎาคม 2568 ราคาน้ำมันยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ด้วยความหวังว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ภายหลังข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพยุโรป รวมถึงแนวโน้มการสงบศึกทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ร่นระยะเส้นตายสำหรับรัสเซียในการจบสงครามกับยูเครนให้เร็วขึ้น โดยราคาน้ำมันเบรนท์เพิ่มขึ้น 24 เซนต์ หรือ 0.34% อยู่ที่ 70.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 22 เซนต์ หรือ 0.33% อยู่ที่ 66.93 ดอลลาร์ ซึ่งน้ำมันทั้งสองตลาดปรับขึ้นกว่า 2% ในวันก่อนหน้า และราคาน้ำมันเบรนท์แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ 18 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา 

โดยข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปซึ่งสรุปภาษีนำเข้าได้ที่ 15% สำหรับสินค้าจาก EU ส่วนใหญ่ จะช่วยให้ทั้งสองประเทศมาหอำนาจหลีกเลี่ยงสงครามการค้าเต็มรูปแบบระหว่างกันได้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจะกระทบการค้าทั่วโลกถึงหนึ่งในสาม และบั่นทอนแนวโน้มความต้องการเชื้อเพลิง ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุนจากแนวโน้มการขยายเวลาสงบศึกทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่ายได้เจรจาในกรุงสตอกโฮล์มเมื่อวันจันทร์นานกว่า 5 ชั่วโมง และจะมีการหารือเพิ่มเติมในวันอังคาร

ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศขีดเส้นตายใหม่ในวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยให้รัสเซียแสดงความคืบหน้าในการยุติสงครามยูเครนภายใน 10 หรือ 12 วัน มิเช่นนั้นจะเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงผู้ซื้อพลังงานจากรัสเซียด้วย นักวิเคราะห์จาก Australia and New Zealand Banking Group Limited ระบุว่า คำพูดของทรัมป์ทำให้เกิดความกังวลว่าอุปทานน้ำมันจากรัสเซียจะได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยังมีผลต่อเนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรล่าสุดของ EU ที่ลดเพดานราคาน้ำมันดิบของรัสเซีย และจำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์กลั่นจากน้ำมันรัสเซีย
ผ่านประเทศที่สาม

แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

Oil climbs on EU deal, potential US-China tariff truce extension | Reuters

ข่าวล่าสุด