เมื่อวันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นรอบที่สามโดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งสูงกว่า 81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 เดือน ซึ่งคาดการณ์ว่าการขยายมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันดิบของรัสเซียไปยังผู้ซื้อรายใหญ่อย่างจีนและอินเดีย
โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 48 ดอลลาร์ หรือ 1.86% แตะที่ 81.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่ ส.ค. 2567 ขณะที่ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ West Texas Intermediate ของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 1.53 ดอลลาร์ หรือ 2% แตะที่ 78.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค. 2567
ราคาน้ำมันทั้งสองพุ่งสูงขึ้นหลังจากที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันดิบของรัสเซียเมื่อวันศุกร์ที่ 10 ม.ค. 68 ซึ่งมาตรการใหม่นี้ครอบคลุมถึงบริษัทผลิตน้ำมัน Gazprom Neft และ Surgutneftegas ตลอดจนเรือ 183 ลำที่ขนส่งน้ำมันดิบของรัสเซีย โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อรายได้ที่รัสเซียใช้ไปทำสงครามกับยูเครน ซึ่งการส่งออกน้ำมันของรัสเซียจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากมาตรการคว่ำบาตรใหม่นี้ โดยจะทำให้จีนและอินเดีย จำเป็นต้องนำเข้าน้ำมันดิบจากประเทศฝั่งตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกามากขึ้น ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันและต้นทุนการขนส่งสูงขึ้น
ทั้งนี้ ธนาคาร RBC Capital คาดการณ์ว่า มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ชุดล่าสุด จะกระทบต่อกิจการน้ำมันดิบทางทะเลของรัสเซียปริมาณถึง 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันโดยเฉลี่ย ซึ่งประกอบด้วยการส่งออก 750,000 บาร์เรลต่อวันไปยังจีนและ 350,000 บาร์เรลต่อวันไปยังอินเดีย
แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
Oil jumps on expectations new US sanctions to cut Russian supply | Reuters