กระทรวงพลังงาน Ministry of Energy

เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากแคนาดา เม็กซิโก และจีน ทำให้เกิดความกังวลว่าการจัดหาน้ำมันดิบจาก 2 ประเทศซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันให้กับสหรัฐฯ รายใหญ่ที่สุดจะเกิดการหยุดชะงัก แต่แนวโน้มความต้องการน้ำมันที่ลดลงก็มีส่วนช่วยไม่ให้ราคาน้ำมันปรับพุ่งสูงขึ้นมากจนเกินไป โดยราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัสของสหรัฐฯ อยู่ที่ 73.97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.44 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2% หลังจากพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่าหนึ่งสัปดาห์ในช่วงก่อนหน้านี้ และราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าเบรนท์พุ่งขึ้น 62 เซนต์ หรือ 0.8% อยู่ที่ 76.29 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

ทั้งนี้ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา ทรัมป์สั่งเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโก แคนาดา และจีนอย่างหนักหน่วง ถือเป็นการเปิดฉากสงครามการค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกและกระตุ้นให้เงินเฟ้อกลับมาพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าวว่าจะจัดเก็บภาษีการนำเข้าพลังงานจากแคนาดาเพียง 10% แต่การนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกจะถูกเรียกเก็บภาษีเต็มจำนวนที่ 25%

นักวิเคราะห์มองว่าการขึ้นภาษีการนำเข้าพลังงานจากแคนาดาอาจส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานในสหรัฐฯ มากกว่าเม็กซิโก และอาจ

 

แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

Oil prices jump on supply disruption fears from US tariffs | Reuters

ข่าวล่าสุด