กระทรวงพลังงาน Ministry of Energy

           สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เนื่องจาก นักลงทุนอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อลดความตึงเครียดท่ามกลางแนวโน้มการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่มประเทศโอเปกพลัส (OPEC+) โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวสูงขึ้น 90 เซนต์หรือร้อยละ 1.33 ปิดที่ 68.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียตของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 86 เซนต์ หรือร้อยละ 1.37 ปิดที่ 63.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

           โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า ความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาน้ำมันให้ทรงตัว อย่างไรก็ตามช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนในประเทศจีน เกาหลีใต้ และไต้หวันก็ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายในตลาดเบาบางลงด้วยเช่นกัน

           อย่างไรก็ตาม ดัชนีราคาน้ำมันทั้งสองปรับตัวลดลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยราคาน้ำมันเบรนท์ลดลงประมาณ ร้อยละ 0.5 และราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียตของสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 1 หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ อาจบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน ได้ภายในเดือนหน้า โดยทั้งสองประเทศมีกำหนดจัดการเจรจารอบที่สองที่นครเจนีวาในวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทั้งนี้ ก่อนการเจรจากับสหรัฐฯ  รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านได้เข้าพบผู้อำนวยการทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์ของสหประชาชาติ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาด้วย

แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

Oil prices rise 1% ahead of US-Iran nuclear talks | Reuters

ข่าวล่าสุด