สำนักข่าวอัลจาซีร่า รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินทางพลังงานระดับประเทศ เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงาน อันเป็นผลจากสงครามอิหร่าน โดยประกาศดังกล่าวได้จัดตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งซึ่งมีประธานาธิบดีเป็นประธาน เพื่อให้การจัดหา การขนย้าย และการกระจายเชื้อเพลิง อาหาร ยารักษาโรค พืชผลการเกษตร และสินค้าจำเป็นอื่น ๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และประกาศฉบับดังกล่าวมีผลบังคับใช้เป็นเวลาหนึ่งปี
นอกจากนี้ ประกาศดังกล่าวยังให้อำนาจรัฐบาลในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงและปิโตรเลียมที่จำเป็น และอนุญาตให้วางเงินมัดจำสัญญาซื้อขายได้ในกรณีที่จำเป็น อีกทั้งออกมาตรการลดค่าครองชีพในบางเมือง ผ่านการจัดหารถประจำทางสำหรับนักเรียนและผู้ใช้แรงงาน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตลอดจนถึงให้เงินอุดหนุนผู้ขับรถจักรยานยนต์รับจ้างและผู้เดินรถสาธารณะทั่วประเทศ รายละ 5,000 เปโซฟิลิปปินส์ (ประมาณ 2,725 บาท) เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น
อย่างไรก็ดี สมาพันธ์ขนส่งสาธารณะฟิลิปปินส์ หรือ PISTON Land Transport Coalition ได้ออกมาวิพากย์วิจารณ์ประกาศฉบับดังกล่าวว่า หากรัฐบาลต้องการปกป้องประชาชนและผู้เดินรถสาธารณะโดยแท้จริงแล้ว รัฐบาลต้องยกเลิกภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บกับน้ำมันเชื้อเพลิงทันที เพื่อลดผลกระทบจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ในครั้งนี้
แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
Philippine president declares energy emergency as impact of Iran war felt | Aljazeera