กระทรวงพลังงาน Ministry of Energy

เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ประธานาธิบดีโดนัลล์ ทรัมป์ ได้ประกาศลงสื่อสาธารณะเกี่ยวกับหนังสือที่ลงนามแจ้งผู้นำประเทศต่างๆ จำนวน 14 ประเทศ ถึงผลการพิจารณาการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป ได้แก่ สปป.ลาว 40% (จากเดิม 48%) เมียนมา 40% (จากเดิม 44%) กัมพูชา 36% (จากเดิม 49%) ไทย 36% (คงเดิม) บังกลาเทศ 35% (จากเดิม 37%) เซอร์เบียร์ 35% (จากเดิม 37%) อินโดนีเซีย 32% (คงเดิม) บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 30% (จากเดิม 35%) แอฟริกาใต้ 30% (คงเดิม) ญี่ปุ่น 25% (จากเดิม 24%) คาซัคสถาน 25% (จากเดิม 37%) มาเลเซีย 25% (จากเดิม 24%) เกาหลีใต้ 25% (คงเดิม) และตูนีเซีย 25% (จากเดิม 28%) 

สำหรับประเทศส่วนใหญ่ ผลการประกาศอัตราภาษีใหม่ดังกล่าวค่อนข้างใกล้เคียงกับอัตรา
ที่ประกาศก่อนหน้าในวัน “Liberation Day tariffs” เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา และต่อมาในวันที่ 9 เมษายน ทรัมป์ได้ประกาศยืดระยะเวลาออกไปอีก 90 วัน ซึ่งจะครบกำหนด
ในวันพุธที่ 9 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ทั้งนี้ Karoline Leavitt โฆษกทำเนียบขาวกล่าวว่า หนังสือฉบับที่ส่งถึง 14 ประเทศลงวันที่ 7 กรกฎาคมดังกล่าวจะทยอยส่งถึงผู้นำประเทศต่างๆ ภายในไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งการตัดสินใจของรัฐบาลสหรัฐฯ ครั้งนี้เป็นผลมาจากการพิจารณาข้อมูลและข้อเสนอแนะจากภาครัฐหลายหน่วยงาน โดยในกรณีของเวียดนาม ทรัมป์กล่าวว่า การลดภาษี
ลงเหลือ 20% สำหรับการนำเข้าสินค้าเวียดนาม และ 40% สำหรับภาษีสินค้าที่ใช้เวียดนาม
เป็นทางผ่าน สหรัฐฯ จะได้ประโยชน์จากมาตรการปลอดภาษีในการเข้าถึงตลาดสินค้าเวียดนาม 

เนื้อหาสำคัญในหนังสือฉบับดังกล่าว มุ่งเน้นการแจ้งผลการพิจารณาอัตราภาษีต่างตอบแทนให้กับแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์การขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ มาอย่างยาวนาน เนื่องจากการนำเข้าสินค้าในประมาณมากและหลากหลาย รวมถึงแจ้งนโยบายปัจจุบันของสหรัฐฯ ที่ต้องการปรับสมดุลทางการค้ากับคู่ค้ารายประเทศ โดยระบุว่า หากประเทศไหนสามารถ
ลด/ยุติการกีดกันทางการค้าไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบภาษีหรือไม่ใช่ภาษี สหรัฐฯ อาจจะพิจารณา
ปรับลดอัตราภาษีที่ระบุในหนังสือให้ได้ในอนาคต ขึ้นอยู่กับข้อเสนอของแต่ละประเทศและรูปแบบความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ในอนาคต แต่หากประเทศใดปรับขึ้นภาษีกับสหรัฐฯ ก็จะถูกบังคับ
ใช้มาตรการโต้ตอบด้วยการขึ้นภาษีเพิ่มเติมจากเดิมเช่นกันทั้งนี้ สำหรับกรณีของไทย สหรัฐฯ แจ้งว่า จะขึ้นภาษีเป็น 36% สำหรับสินค้าทุกรายการที่นำเข้าสหรัฐฯ เพิ่มเติมจากภาษีอื่นๆ ที่บังคับใช้อยู่ และจะมีการบังคับใช้ภาษีที่สูงขึ้นสำหรับสินค้าที่ใช้ไทยเป็นทางผ่าน แต่หากไทยมีการเพิ่มการผลิตสินค้าในสหรัฐฯ สหรัฐฯ จะช่วยอำนวยความสะดวก
ในการอนุมัติ/อนุญาตให้เป็นไปอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์

แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

POLITICS Trump announces steep tariffs on 14 countries starting Aug. 1 | CNBC

ข่าวล่าสุด