ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้กล่าวถึงความชัดเจนในบทบาทของสหรัฐฯ ที่มุ่งเน้นการลงทุนในภาคพลังงานของเวเนซุเอลา โดยเน้นว่าภาคพลังงาน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันสำคัญเป็นเป้าหมายหลักของปฏิบัติการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองที่ต้องการโค่นล้มประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ทั้งนี้ เวเนซุเอลาถือเป็นหนึ่งในประเทศผู้ก่อตั้งกลุ่มโอเปก และเป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองน้ำมันมากที่สุดในโลก โดยมีประมาณ 303,000 ล้านบาร์เรล หรือคิดเป็น 17% ของปริมาณสำรองน้ำมันของโลก ทั้งนี้ ปัจจุบัน เชฟรอนเป็นบริษัทน้ำมันจากสหรัฐฯ เพียงรายเดียวที่ยังคงดำเนินกิจการในเวเนซุเอลา
หลังจากนั้น กองทัพสหรัฐฯ ได้ดำเนินปฏิบัติการโจมตีเวเนซุเอลาเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา (2 มกราคม) และสามารถจับกุมตัวประธานาธิบดีมาดูโรและภรรยา โดยทั้งคู่ถูกนำตัวไปขึ้นศาลของนครนิวยอร์กภายใต้ข้อหาค้ายาเสพติด ทั้งนี้ ปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ มีการเสริมกำลังทหารในพื้นที่ทะเลแคริบเบียนอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน เชฟรอนได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่าทางบริษัทให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยและสวัสดิภาพของพนักงาน รวมถึงความมั่นคงของทรัพย์สิน พร้อมย้ำว่าการดำเนินงานทั้งหมดเป็นไปตามข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง และตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงเน้นย้ำว่ามาตรการคว่ำบาตรน้ำมันต่อเวเนซุเอลายังคงมีผลบังคับใช้ โดยกำหนดให้บริษัทน้ำมันต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของเวเนซุเอลาโดยตรง
ขณะที่จีนและรัสเซียซึ่งยังมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลานั้น เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา รัฐบาลมาดูโรได้อนุมัติการขยายสัญญาร่วมทุนกับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับรัสเซียออกไปอีก 15 ปี อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลาอาจหยุดชะงักชั่วคราวจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ขณะที่เชฟรอนยังมีแนวโน้มที่จะสามารถดำเนินการส่งออกน้ำมันต่อไปได้
แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: