กระทรวงพลังงาน Ministry of Energy

  • สำนักข่าวรอยเตอร์ออสเตรเลียรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่เรียกเก็บภาษีรอง (Secondary Tariffs) ในอัตราร้อยละ 25 ถึง ร้อยละ 50 จากประเทศผู้ซื้อน้ำมันดิบรัสเซีย ซึ่งถูกมองว่าเป็นมาตรการที่ทั้งสุดโต่งมากพอที่จะกดดันให้รัสเซียยุติการโจมตียูเครน
  • อินเดียและจีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่จากรัสเซีย ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากปฏิกิริยาตอบโต้ของทั้งสองประเทศต่อมาตรการล่าสุดของทรัมป์นั้น จะมีความสำคัญต่อสหรัฐฯ ไม่น้อยไปกว่าการตอบสนองของปูติน ทั้งนี้ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวว่า เขารู้สึก “โกรธ” ปูติน    อย่างมาก และเตรียมเรียกเก็บภาษีนำเข้าสูงสุดร้อยละ 50 ต่อประเทศผู้ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย     หากเห็นว่ามอสโกกำลังขัดขวางความพยายามในการยุติสงครามในยูเครน โดยท่าทีล่าสุดของทรัมป์ในครั้งนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนจุดยืนอย่างชัดเจน จากเดิมที่เคยเป็นมิตรกับปูติน 
  • ขณะนี้ อินเดียกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการของทรัมป์ โดยนายกรัฐมนตรี Narendra Modi ได้พยายามประนีประนอมกับทรัมป์ ด้วยการเสนอให้มีการยกเลิกภาษีนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากสหรัฐฯ เพื่อกระตุ้น      การนำเข้า 
  • ตั้งแต่เกิดการคว่ำบาตรรัสเซียที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก อินเดียได้รับประโยชน์อย่างมากจากการที่นานาประเทศหลีกเลี่ยงการนำเข้าน้ำมันดิบจากรัสเซีย ทำให้ประเทศในเอเชียใต้สามารถซื้อน้ำมันจากรัสเซียในราคาที่ได้ส่วนลด และส่งผลให้รัสเซียกลายเป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอินเดียในปัจจุบัน มาตรการของทรัมป์ในครั้งนี้ อาจส่งผลให้ต้นทุนพลังงานของอินเดียพุ่งสูงขึ้น และทำให้ต้องเร่งหาผู้ผลิตรายใหม่มาทดแทน เนื่องจากที่ผ่านมา อินเดียไม่ได้นำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน     ตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

Trump’s Russia oil tariff threat depends on China, India reaction Russell | Reuters

ข่าวล่าสุด