จากสถานการณ์ที่รัสเซียโจมตีสถานีไฟฟ้าย่อยของยูเครนอาจทำให้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขาดแคลนกระแสไฟฟ้าซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการหลอมละลายของเตาปฏิกรณ์ โดยหน่วยงานกำกับดูแลนิวเคลียร์ของสหประชาชาติได้จัดการประชุมพิเศษท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่าการโจมตีดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุนิวเคลียร์ โดยนายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ได้กล่าวว่า สงครามในยูเครนก่อให้เกิดภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ของโลก
ปัจจุบันยูเครนมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สี่แห่ง โดยสามแห่งอยู่ภายใต้การดูแลของยูเครนเอง และแห่งที่สี่ซึ่งใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ในเมืองซาโปริซเซียถูกกองกำลังรัสเซียเข้ายึดครองตั้งแต่ปี 2022 โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากันและกันว่าการโจมตีพื้นที่ดังกล่าวเสี่ยงต่อการเกิดหายนะทางนิวเคลียร์ แม้เตาปฏิกรณ์ทั้ง 6 เครื่องของโรงไฟฟ้าดังกล่าวจะถูกปิดการทำงานลงนับตั้งแต่ถูกยึดครอง แต่พื้นที่โรงไฟฟ้ายังคงจำเป็นต้องใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อคงระบบหล่อเย็นและระบบรักษาความปลอดภัย ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา รัสเซียและยูเครนได้หยุดการสู้รบในพื้นที่ชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้มีการซ่อมแซมสายส่งไฟฟ้าสำรองเส้นสุดท้ายที่จ่ายไฟให้กับโรงไฟฟ้าดังกล่าว
นอกจากนี้ IAEA ได้จัดการประชุมพิเศษตามคำเรียกร้องของเนเธอร์แลนด์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากหลายประเทศ เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อรัสเซียจากการโจมตีโรงไฟฟ้าของยูเครน โดยนายยูริ วีเตรนโก เอกอัครราชทูตยูเครนได้เรียกร้องให้ IAEA ให้ความสำคัญอย่างจริงจังกับภัยคุกคามต่อความปลอดภัยและความมั่นคงทางนิวเคลียร์ในยุโรป ในขณะที่นายมิคาอิล อุลยานอฟ เอกอัครราชทูตรัสเซีย มองว่าการประชุมดังกล่าว “มีแรงจูงใจทางการเมืองอย่างชัดเจน” ทั้งนี้ ข้อตกลงของการพักโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากรัสเซียได้ส่งสัญญาณว่าการพักการโจมตีดังกล่าวอาจสิ้นสุดลงในวันอาทิตย์นี้
แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
UN nuclear watchdog discusses Ukraine nuclear safety risks | Aljazeera