การนำเข้าน้ำมันเตาเข้าสู่ศูนย์การกลั่นน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในชายฝั่งอ่าวสหรัฐฯ ลดลงถึงระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา เนื่องจากการขาดแคลนแหล่งนำเข้าน้ำมันเตาจากทวีปละตินอเมริกาโดยเฉพาะจากเม็กซิโก โดยข้อมูลจาก Kpler และสำนักงานข้อมูลพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ชี้ว่า การลดลงของปริมาณการนำเข้าน้ำมันเตาของสหรัฐฯ มีตัวบ่งชี้จากปริมาณน้ำมันเตาคงค้างในสต๊อกเหลือเฉลี่ยเพียง 14.2 ล้านบาร์เรลในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ในระดับต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2022
ทั้งนี้ น้ำมันเตาที่มีปริมาณซัลเฟอร์ และโลหะหนักอื่นๆ สูง จะสามารถเข้าสู่กระบวนการกลั่นเพื่อให้ได้น้ำมันสำเร็จรูปที่มีมูลค่าสูงขึ้น เช่น น้ำมันเบนซิน และดีเซล ผ่านกระบวนการ secondary units อย่างไรก็ตาม พบว่า น้ำมันเตาที่สหรัฐฯนำเข้าจากเม็กซิโกลดลงเหลือเพียง 92,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัท Pamex ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานของรัฐบาลประเทศเม็กซิโกสามารถผลิตน้ำมันได้เพียงร้อยละ 17 ของศักยภาพการผลิตที่มีอยู่ โดยในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาสามารถผลิตได้ถึง 340,000 บาร์เรลต่อวัน
นอกจากนี้ บริษัทผู้ค้าน้ำมันเตาของโคลัมเบียก็ได้เปลี่ยนเป้าหมายไปขายให้กับประเทศแถบแคริเบียนและเนเธอร์แลนด์ รวมถึง น้ำมันจากตะวันออกกลาง เช่า อิรัก และคูเวต ก็มีการเพิ่มปริมาณการส่งออกไปยังฝั่งตะวันออกของคลองสุเอซแทน
แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
US Gulf Coast fuel oil imports hit record low as Latam deliveries slow | Reuters