กระทรวงพลังงาน Ministry of Energy

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ราคาหุ้นของบริษัทพลังงานในสหรัฐฯ โดยเฉพาะผู้พัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) พุ่งขึ้น หลังจากสหภาพยุโรปประกาศแผนการจัดซื้อเชิงกลยุทธ์มูลค่า 750,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใต้กรอบข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับสหรัฐฯ ซึ่งมีเป้าหมายครอบคลุมการจัดซื้อเชิงยุทธศาสตร์ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ในระหว่างช่วงดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

บริษัท NextDecade, Venture Global และ Cheniere Energy มีราคาหุ้นเพิ่มขึ้นระหว่าง 3.5% ถึงเกือบ 7% ขณะที่บริษัทเหมืองยูเรเนียม Energy Fuels เพิ่มขึ้นเกือบ 4% โดยนักลงทุนมองว่าข้อตกลงนี้จะช่วยหนุนการส่งออก LNG ของสหรัฐฯ ซึ่งสหรัฐฯ เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลกแซงหน้าออสเตรเลียและกาตาร์ ตั้งแต่ปี 2566 ที่ผ่านมา สืบเนื่องจากความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก จากปัญหาด้านอุปทานและมาตรการคว่ำบาตรจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน

ทั้งนี้ จากการประกาศแผนการจัดซื้อพลังงานดังกล่าวของสหภาพยุโรป ได้ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นกว่า 2% และดัชนีพลังงาน S&P 500 ขยับขึ้น 1% โดยที่ข้อตกลงนี้ได้กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ สำหรับสินค้าสหภาพยุโรปส่วนใหญ่ไว้ที่ 15% ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดเคยกังวลว่าจะสูงถึง 30% อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายเช่น Ashley Kelty จาก Panmure Liberum เตือนว่า
ความต้องการนำเข้า LNG จากสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นอาจนำไปสู่ภาวะอุปทานล้นตลาด และการกดดันราคาก๊าซในอนาคต

แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

US LNG producers climb as EU agrees to $750 billion in energy purchases | Reuters

ข่าวล่าสุด