กระทรวงพลังงาน Ministry of Energy

          เมื่อวันจันทร์ที่ 9 กันยายน ที่ผ่านมา บริษัทผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของสหรัฐอเมริกาที่ดำเนินการบริเวณนอกชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก ได้ประกาศอพยพเจ้าหน้าที่และชะลอกระบวนการขุดเจาะ เพื่อเตรียมรับมือกับพายุโซนร้อนที่ก่อตัวเพิ่มกำลังขึ้นเป็นพายุเฮอริเคน Francine ที่กำลังเคลื่อนตัวข้ามอ่าวเม็กซิโก

          เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 5 ในวันที่ 9 ก.ย. เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รวมถึงส่งผลกระทบต่อกำลังการกลั่นของโรงกลั่นบริเวณชายฝั่ง ซึ่งการผลิตน้ำมันในพื้นที่ดังกล่าวคิดเป็นร้อยละ 15 ของกำลังการผลิตน้ำมันดิบทั้งหมดของสหรัฐฯ และคิดเป็นร้อยละ 2 ของกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติของสหรัฐฯ นอกจากนี้พายุเฮอริเคนดังกล่าวยังกระทบต่อการดำเนินการของสถานีกักเก็บและส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG บริเวณชายฝั่งของรัฐหลุยเซียน่าอีกด้วย

          ทั้งนี้ ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติรายงานว่า เหตุการณ์พายุเฮอริเคน Francine ดังกล่าวเกิดขึ้นเป็น  ครั้งที่ 4 แล้วในช่วงฤดูกาลนี้ ซึ่งคาดว่าฤดูกาลนี้จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 พฤศจิกายน โดยพายุดังกล่าวมีความเร็วลม 137 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่อยู่อาศัยของประชาชนและชุมชนในบริเวณชายฝั่งรัฐ  หลุยเซียนา ซึ่งก็ได้อพยพประชาชนและปิดสถานที่ราชการและโรงเรียนด้วยเช่นกัน

แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

US oil firms evacuate staff, cut drilling ahead of Strom Francine | Reuters

ข่าวล่าสุด