สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สหรัฐฯ ปฏิบัติการยึดเรือบรรทุกน้ำมันสองลำที่มีความเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลาในมหาสมุทรแอตแลนติกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยหนึ่งลำติดธงรัสเซีย ซึ่งการยึดเรือบรรทุกน้ำมันดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการควบคุมการขนส่งน้ำมันในทวีปอเมริกาและบีบให้รัฐบาลสังคมนิยมของเวเนซุเอลากลายเป็นพันธมิตร
หลังจากจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ในการโจมตีทางทหารในกรุงการากัสเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ก็ได้เพิ่มมาตรการปิดล้อมเรือที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรและเข้าออกประเทศในอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันโอเปก และทำเนียบขาวระบุถึงแผนการที่จะนำมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันเวเนซุเอลาในปี 2019 ของรัฐบาลทรัมป์สมัยแรกกลับมาใช้อีกครั้งด้วย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เผยว่าการไล่ล่าข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่กินเวลามานานกว่าหลายสัปดาห์นั้น ได้สิ้นสุดลงเมื่อเช้าวันพุธที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากที่หน่วยยามชายฝั่งของสหรัฐฯ และหน่วยปฏิบัติการพิเศษทางทหาร พร้อมด้วยหมายยึดทรัพย์ ได้เข้าจับกุมเรือบรรทุกน้ำมันดิบมาริเนรา ซึ่งปฏิเสธการตรวจค้นเมื่อเดือนที่แล้วก่อนจะเปลี่ยนไปใช้ธงชาติรัสเซีย ทั้งนี้ การมีเรือดำน้ำและเรือลำอื่น ๆ ของรัสเซียอยู่ใกล้เคียง ส่งผลการยึดเรือครั้งนี้เสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากับรัสเซียมากยิ่งขึ้น โดนที่รัสเซียได้เคยประณามการกระทำของสหรัฐฯ ต่อกรณีเรื่องเวเนซุเอลาและได้มีความขัดแย้งกับชาติตะวันตกอยู่แล้วเนื่องจากสงครามในยูเครน
นอกจากนี้ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง Fox News ว่า เรือเหล่านี้พยายามปลอมเป็นเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซียเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร โดยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หน่วยยามชายฝั่งสหรัฐฯ ยังได้สกัดกั้นเอ็มโซเฟีย ซึ่งเป็นเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติเวเนซุเอลาและจดทะเบียนในปานามาที่บริเวณใกล้ชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้และยังนับเป็นการยึดเรือครั้งที่ 4 ในรอบไม่กี่สัปดาห์
แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
US seizes Russian-flagged tanker, another tied to Venezuela as Trump widens oil push | Reuters