สหรัฐฯ เดินหน้ากำหนดกรอบการกำกับดูแลพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันอย่างเป็นทางการ หลังจากคณะกรรมาธิการกำกับดูแลกิจการนิวเคลียร์สหรัฐ (Nuclear Regulatory Commission: NRC) เผยแพร่ร่างกฎระเบียบเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดแนวทางควบคุมเทคโนโลยีพลังงานฟิวชันที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
พลังงานฟิวชันเป็นเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่กลุ่มผู้สนับสนุนต่างคาดหวังว่า ในอนาคตพลังงานฟิวชันจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้โดยไม่ก่อให้เกิดกากกัมมันตรังสีที่มีอายุยาวนาน โดยตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา บริษัทเอกชนและนักฟิสิกส์จากห้องปฏิบัติการทั่วโลกได้พยายามใช้เลเซอร์หรือแม่เหล็กขนาดใหญ่เพื่อกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกระบวนการหลอมรวมอะตอมเบาเข้าด้วยกันเพื่อปลดปล่อยพลังงานมหาศาล เช่นเดียวกับกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในดวงอาทิตย์
ก่อนหน้านี้ ในเดือนธันวาคม 2025 ผู้นำอุตสาหกรรมฟิวชันได้เข้าหารือกับเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงานสหรัฐ (U.S. Department of Energy) เพื่อผลักดันให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์แก่โครงการที่มุ่งผลิตไฟฟ้าจากฟิวชัน นอกจากนี้ เพียงไม่กี่วันต่อมา บริษัทโซเชียลมีเดียของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเข้าสู่ธุรกิจฟิวชัน ด้วยการควบรวมกิจการมูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์กับบริษัท TAE Technologies ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกูเกิล
สำหรับร่างกรอบการกำกับดูแลที่คณะกรรมาธิการกำกับดูแลกิจการนิวเคลียร์สหรัฐ เสนอในครั้งนี้ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น การครอบครอง การใช้งาน และการผลิตวัสดุพลอยได้จากกระบวนการฟิวชัน รวมถึงสารกัมมันตรังสีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “ทริเทียม” (tritium) โดยคณะกรรมมาธิการฯ ระบุว่า เครื่องฟิวชันสามารถผลิตทริเทียม นิวตรอน และผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการกระตุ้นด้วยนิวตรอน ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการกักเก็บและควบคุมอย่างเหมาะสม เพื่อปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน
ทั้งนี้ ย้อนกลับไปในปี 2023 คณะกรรมาธิการฯ ได้ลงมติให้มีการกำกับดูแลเทคโนโลยีฟิวชันภายใต้กรอบที่ผ่อนปรนมากกว่าการกำกับดูแลเทคโนโลยีนิวเคลียร์ฟิชชัน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ปัจจุบัน และก่อให้เกิดกากกัมมันตรังสีที่ยังไม่มีสถานที่จัดเก็บถาวร โดยปัจจุบันกากกัมมันตรังสีดังกล่าวถูกเก็บรักษาไว้ตามโรงไฟฟ้าทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม แม้ผู้สนับสนุนเทคโนโลยีฟิวชันจะตั้งเป้าในการผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบโครงข่ายได้ ภายในช่วงทศวรรษ 2030 แต่เทคโนโลยียังเผชิญความท้าทายสำคัญ เนื่องจากปฏิกิริยาฟิวชันที่นักฟิสิกส์ค้นพบในปัจจุบันยังจำเป็นต้องได้รับพัฒนาให้เกิดขึ้นด้วยความต่อเนื่องและยาวนานเพื่อผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีเสถียรภาพ อีกทั้ง บริษัทด้านฟิวชันยังต้องพัฒนาวัสดุและโครงสร้างโรงงานที่สามารถทนต่อการถูกนิวตรอนพลังงานสูงกระหน่ำอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎระเบียบดังกล่าวไปจนถึงวันที่ 27 พฤษภาคม ก่อนการพิจารณาขั้นตอนต่อไปและนำไปสู่การประกาศใช้อย่างเป็นทางการ
แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:
US takes step to solidify rules on nuclear fusion energy | Reuters