[ข่าว] ปรับแผนโซลาร์ประชาชน หั่นเป้าเหลือ 50 MW ตั้งทีมศึกษาโครงการต้นแบบ ใน 60 วัน – IECC

[ข่าว] ปรับแผนโซลาร์ประชาชน หั่นเป้าเหลือ 50 MW ตั้งทีมศึกษาโครงการต้นแบบ ใน 60 วัน

       นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ทางกระทรวงได้ปรับแผนการดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคาสำหรับภาคประชาชน (โซลาร์ภาคประชาชน) โดยทำการปรับลดเป้าหมายปริมาณการผลิตไฟฟ้าตามโครงการดังกล่าวเหลือ 50 เมกะวัตต์ต่อปี ซึ่งจากเดิมอยู่ที่จำนวน 100 เมกะวัตต์ต่อปี หลังในปี 2562 ซึ่งเป็นปีแรกที่เปิดโครงการมีประชาชนเข้าร่วมโครงการน้อยมากเพียง 1.8 เมกะวัตต์เท่านั้น

 

       ทั้งนี้ การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ (30 มิ.ย.) คาดว่าจะมีการเสนอแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาวของประเทศ พ.ศ. 2561 – 2580 (PDP2018 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1) เข้าสู่การพิจารณา โดยตามแผนได้บรรจุให้จัดทำโครงการโซลาร์ภาคประชาชน จำนวน 50 เมกะวัตต์ต่อปี เป็นเวลา 5 ปี (ปี 2563 – 2567) ลดลงจากแผน PDP2018 เดิม ที่ให้ดำเนินการ 100 เมกะวัตต์ต่อปี เป็นเวลา 10 ปี

 

       สำหรับสาเหตุที่ต้องปรับลดปริมาณการส่งเสริมผลิตไฟฟ้าโซลาร์ภาคประชาชน เนื่องจากมีประชาชนเข้าร่วมโครงการน้อยมาก ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากราคารับซื้อของภาครัฐที่ระดับ 1.68 บาทต่อหน่วย จึงไม่จูงใจมากนัก รวมถึงความยุ่งยากในการดำเนินการ ตลอดจนต้องมีเงินทุนสนับสนุน แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ส่งผลให้เกิดการจ้างงานตลอดจนสร้างรายได้ ซึ่งหากประชาชนหันมาติดโซลาร์รูฟท็อปเป็นจำนวนมาก

 

       ขณะที่การประชุมหารือร่วมกันที่ผ่านมาระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนถึงการบริหารจัดการโครงการโซลาร์ภาคประชาชนรูปแบบใหม่ โดยมีตัวแทนจากเครือข่ายประชาชนปฎิรูปพลังงานไทย (คปพ.) เข้าร่วม โดยที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชนในเร็ว ๆ นี้ เพื่อผลักดันให้เกิดโครงการต้นแบบโซลาร์ภาคประชาชน จำนวน 50 เมกะวัตต์ ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่ 29 มิถุนายน 2563 โดยคณะทำงานที่จะตั้งขึ้นจะเข้ามาพิจารณาปัญหาและอุปสรรคการติดตั้งโซลาร์ภาคประชาชน รวมถึงราคารับซื้อไฟฟ้าด้วย ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้นายสมบูรณ์ หน่อแก้ว รองปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นผู้พิจารณาจัดตั้งคณะทำงานชุดดังกล่าวต่อไป

 

       ด้านตัวแทนจาก คปพ. กล่าวว่า ระบบการซื้อขายไฟฟ้าโซลาร์ภาคประชาชนควรเป็นระบบ Net Metering หรือระบบหักลบกลบหน่วยอัตโนมัติจากไฟฟ้าที่ผลิตใช้เอง เช่น เมื่อหักลบหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตและใช้แล้วจึงนำไฟฟ้าส่วนที่เหลือขายเข้าระบบไฟฟ้าได้แบบอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยลดอุปสรรคในการซื้อขายไฟฟ้าของประชาชนในโครงการดังกล่าวได้ ซึ่งที่ผ่านมาไม่สามารถใช้ระบบ Net Metering ได้เนื่องจากติดปัญหาการคำนวณภาษี ซึ่งต้องไปหารือกับกรมสรรพากร นอกจากนี้คณะทำงานชุดที่จะจัดตั้งขึ้นนั้น จะมีการพิจารณาด้านราคารับซื้อไฟฟ้าที่ก่อให้เกิดแรงจูงใจเข้าร่วมโครงการ ซึ่งต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนที่ไม่ได้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปด้วย ทั้งนี้ เห็นว่าภาครัฐไม่จำเป็นต้องให้เงินส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) แต่ราคาควรจูงใจ ซึ่งอาจเท่ากับหรือต่ำกว่าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ขายส่งไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายในอัตราเกือบ 3 บาทต่อหน่วย นอกจากนี้ จะพิจารณาว่าปริมาณรับซื้อไฟฟ้า 50 เมกะวัตต์ อาจจะเพิ่มขึ้นได้หากความต้องการในอนาคตสูงขึ้น เป็นต้น

เรียบเรียงและสรุปโดย: ทีมงานกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน

แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: https://www.kaohoon.com/content/372833

how can we help you?

Contact us or submit a business inquiry online.