[ข่าว] ผลงานของโจ ไบเดนในช่วงเดือนแรกของการเข้ารับตำแหน่ง – IECC

[ข่าว] ผลงานของโจ ไบเดนในช่วงเดือนแรกของการเข้ารับตำแหน่ง

           นับตั้งแต่วันเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา โจ ไบเดน ได้เดินหน้ายกเลิกมาตรการที่ประธานาธิบดีทรัมป์เคยผลักดันไม่ว่าจะเป็น การกลับเข้าสู่เวทีความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศ การผ่อนคลาย Travel Ban และยกเลิกการสั่งห้ามประชาชนจากประเทศมุสลิมเข้าสหรัฐ และได้โชว์ผลงาน โดดเด่นในระหว่างสถานการณ์ COVID-19 โดยสำนักข่าวรอยเตอร์ระบุอัตราการแจกจ่ายวัคซีน COVID-19 รายวันของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 55 (ข้อมูล ณ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564)

           แต่อย่างไรก็ตาม ยังคงมีมาตรการที่ยังคงรอการแก้ไขและผลักดันกฎหมาย เช่น การผ่อนปรนหนี้กู้ยืม ทางการศึกษา การเพิ่มภาษี และการควบคุมอุตสาหกรรมพลังงาน อีกทั้งยังมีมาตรการที่ก่อให้เกิดการถกเถียงระหว่าง พรรค Democrat และ พรรค Republican ในรัฐสภา หรือแม้แต่ในระหว่างสมาชิกพรรค Democrat ด้วยกันเอง เช่น การเป็นพลเมืองสหรัฐฯ การออกเสียงเลือกตั้ง การประกันสุขภาพ การครอบครองอาวุธปืน การกำหนดกำแพงภาษีต่อสินค้าเทคโนโลยีจากจีน และที่กำลังเป็นประเด็นคือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายใต้งบประมาณ 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงเช็คกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวน 1400 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แก่ผู้เสียภาษีชาวสหรัฐฯ ทุกคน และการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 15 ดอลลาร์สหรัฐต่อชั่วโมง และล่าสุดรัฐบาล โจ ไบเดน ได้เตรียมหารือข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน กับชาติพันธมิตร

          เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ รัฐบาลโจ ไบเดน ได้ประกาศความร่วมมือกับชาติพันธมิตรฝั่งยุโรป เพื่อเตรียมหารือข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ถอนตัวจากการเจรจา เมื่อปี พ.ศ. 2561 โดยอิหร่านได้กำหนดเส้นตายขับไล่ผู้ตรวจการด้านนิวเคลียร์ ของสหประชาชาติออกจากประเทศ หากมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันและการธนาคารไม่ได้รับการผ่อนปรนภายในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564

           นาย Ned Price โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ จะรับคำเชิญจากสหภาพยุโรป ในการเข้าร่วมการประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางด้านการทูตว่าด้วยโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยเน้น การนำข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านกับประเทศ P5+1 (สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส จีน รัสเซีย และเยอรมัน) ฉบับปี พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการผลักดันการทูตพหุภาคีให้ประสบความสำเร็จกลับมาใช้อีกครั้ง ซึ่งข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน หรือที่เรียกว่า Joint Comprehensive Plan of Action (JCPOA) ถูกจัดทำขึ้นในสมัยรัฐบาลบารัค โอบามา โดยระบุการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรระดับนานาชาติในหลาย ๆ ด้าน รวมทั้งเสนอให้เงินจำนวน 83 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อบรรเทาผลกระทบด้านเศรษฐกิจให้แก่อิหร่าน เพื่อแลกกับ การควบคุมโครงการนิวเคลียร์ในประเทศ และการเข้าตรวจสอบของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศหรือ IAEA

           อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่มีการยืนยันว่าอิหร่านจะยินดีร่วมหารือกับสหรัฐฯ และพันธมิตรในครั้งนี้หรือไม่ โดยล่าสุดอิหร่านได้เพิ่มปริมาณสำรองยูเรเนียมและการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม (Uranium Enrichment) มากเกินกว่าที่กำหนดไว้ในข้อตกลง อีกทั้งผู้ตรวจสอบของ IAEA ยังได้รายงานการพบยูเรเนียมจำนวนหนึ่งใน โรงนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นปริมาณที่สามารถสร้างแกนระเบิดนิวเคลียร์ได้ ถึงแม้อิหร่านจะปฏิเสธว่าเป็นเพียงแค่การพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ก็ตาม

           ทั้งนี้ มีกระแสวิจารณ์ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบต่อการตัดสินใจของไบเดนในครั้งนี้ ทั้งที่เห็นด้วยว่าจะเป็นการส่งสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ถึงความตั้งใจในการรื้อฟื้นการเจรจากับอิหร่าน และทั้งที่ไม่เห็นด้วยเนื่องจากมองว่าเป็นมาตรการที่เบาบางเกินไป จะไม่สามารถแก้ปัญหาการสะสม และการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ในอิหร่านได้ ท้ายที่สุดแล้ว การเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของอิหร่านซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายน 2564 จะเป็นตัวกำหนดชะตาว่าผู้นำคนใหม่จะนำพาอิหร่านจะกลับเข้าร่วมวงหารือในครั้งนี้หรือไม่ อีกทั้ง ทางฝ่ายสหรัฐฯ เอง ไบเดนก็ยังคงต้องการเสียงสนับสนุนจากรัฐสภาด้วย

แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

ผลงานของโจ ไบเดนในช่วงเดือนแรกของการเข้ารับตำแหน่ง
https://www.reuters.com/article/us-usa-biden-one-month/bidens-first-month-was-a-honeymoon-but-bigger-challenges-loom-ahead-idUSKBN2AL0AC

รัฐบาลโจ ไบเดน ได้เตรียมหารือข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน กับชาติพันธมิตร
https://www.cnbc.com/2021/02/19/jcpoa-bidens-return-to-the-iran-nuclear-deal-is-getting-harder.html

how can we help you?

Contact us or submit a business inquiry online.