[ข่าว] Biden’s High-Cost Plan To Accelerate U.S. Adoption Of Electric Vehicles – IECC

[ข่าว] Biden’s High-Cost Plan To Accelerate U.S. Adoption Of Electric Vehicles

          ปี 2020 ที่ผ่านมา สหรัฐมียอดการจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าคิดเป็นสัดส่วนเพียง 2% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดในสหรัฐฯ ดังนั้น การบรรลุเป้าหมาย “การเปลี่ยนแปลงพลังงานอยางรวดเร็ว ที่จะเปลี่ยนมาใช้ยานพาหนะไฟฟ้าทั้งหมด ในอีก 15 ปีข้างหน้าดูจะเป็นสิ่งที่สหรัฐต้องพยายามอย่างมาก ซึ่งประธานาธิบดีโจ ไบเดน และสภาคองเกรสมุ่งมั่นที่จะผลักดันอย่างจริงจัง จึงได้มีการวางยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า 2 ยุทธศาสตร์หลักคือ

  1.  ใช้เงินหลายแสนล้านในการเพิ่มแรงจูงใจและเงินอุดหนุนสำหรับผู้ผลิตรถยนต์และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จใหม่
  2.  โดยการกำหนดกฎระเบียบใหม่ที่จะเพิ่มต้นทุนน้ำมันเบนซินและรถยนต์สันดาปภายในที่ใช้มันอย่างมาก

          ซึ่งเป็นแผนใหม่ที่มีความเข้มข้นชัดเจนที่ออกแบบมาเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านของอเมริกาเพื่อให้มีการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าทั่วทั้งอเมริกา เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับระบบชาร์จไฟ และเพื่อการเพิ่มอัตราการจ้างงานของชาวอเมริกันผ่านนโยบายการผลิตที่สะอาด และเป้าหมายสูงสุดคือการให้รถยนต์ทุกคันที่ผลิตในอมเริกาเป็นระบบไฟฟ้าภายในปี 2030 และรถยนต์ทุกคันบนท้องถนนจะสะอาดภายในปี 2040″

         โดยมีการเสนอนโยบายการเพิ่มเครดิตภาษีให้แก่ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 7,500 เหรียญต่อคัน ซึ่งเป็นรายได้ทางตรงให้แก่พวกเขา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้พวกเขายุติการผลิตรถยนต์สันดาป การเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับเจ้าของทรัพย์สินที่ติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จไฟในบ้านของตนเอง และเงินอุดหนุนโดยตรงสำหรับรัฐบาลท้องถิ่นเพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จสาธารณะของตน อีกทั้ง ได้เสนอให้ใช้เงินสนับสนุน 45 พันล้านดอลลาร์เพื่ออัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จของประเทศและตั้งเป้าหมายที่ 17,000 ล้านดอลลาร์เพื่ออุดหนุนผู้ผลิตรถยนต์สันดาปในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางอุตสาหกรรมเพื่อให้รองรับการผลิต EV โดยคิดจำนวนเงินอุดหนุนรวมทั้งหมดในระดับรัฐบาลกลาง ระยะเวลา 10 ปีเท่ากับ 454 พันล้านเหรียญสหรัฐ

        การดำเนินการที่ฝ่ายบริหารมีแผนที่จะดำเนินการเพื่อเพิ่มราคาสำหรับรถยนต์สันดาปภายในนั้นรวมถึงวิธีการแบบเดิม ๆ เช่นการเพิ่มการควบคุมการปล่อยไอเสียซึ่งหาได้ยากในรถรุ่นใหม่ ๆ และการเพิ่มมาตรฐานการสะสมไล์ของยานพาหนะที่กำหนดโดยผู้ผลิตรถยนต์ ซึ่งข้อกำหนดเหล่านี้ในช่วง 40 ปีที่ผ่านมาได้ช่วยเพิ่มต้นทุนของรถยนต์ที่ใช้ก๊าซจนถึงจุดที่บริษัทเงินทุนรถยนต์เสนอเงินกู้ระยะยาวที่มีลักษณะคล้านกับการจำนองบ้าน ซึ่งทำให้ในปัจจุบันรถยนต์สันดาปของอเมริกาเองยังคงมีราคาถูกกว่ารถยนต์ไฟฟ้าใน Class เดียวกันอย่างเห็นได้ชัด

        ซึ่งแน่นอนว่าผู้บริโภคจะต้องได้รับผลกระทบในการที่จะต้องซื้อรถยนต์ในราคาที่สูงขึ้น ประกอบกับการออกมาตรการ Social Cost of Carbon ที่เข้มข้นขึ้นโดยเพิ่มค่า Estimate Social Cost of Carbon จากเดิม 7 เหรียญต่อการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 1 ตัน เป็น 51 เหรียญต่อตัน ซึ่งสูงขึ้นจากเดิมคิดเป็น 700% ซึ่งมีบทความของนาย David Kreutzer จาก Institute for Energy Research (IER) เขียนไว้เมื่อต้นปีนี้ว่ายิ่งค่าประมาณของ SCC สูงขึ้นเท่าใดการดำเนินการด้านกฎระเบียบที่มีพลังและผลกระทบก็จะเป็นธรรมมากขึ้นเท่านั้น ภาษีคาร์บอน 51 ดอลลาร์ต่อตันจะเท่ากับการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเบนซินประมาณ 45 เซนต์ต่อแกลลอนโดยเพิ่ม 500 ดอลลาร์ต่อปีในค่าน้ำมันเบนซินโดยเฉลี่ยของครัวเรือนอเมริกัน

        แน่นอนว่าการออกข้อบังคับต่าง ๆ ซึ่งท้ายที่สุดจะกลายเป็นกฎระเบียบจะส่งผลให้ต้นทุนพลังงานรูปแบบอื่น ๆ สูงขึ้น แม้กระทั่งค่าไฟฟ้าที่จะต้องใช้เพื่อเป็นเชื้อเพลิงเติมรถยนต์ไฟฟ้าของพวกเขา แต่ชาวอเมริกันก็ต่างเข้าใจว่าการนำรถยนต์ไฟฟ้าของพวกเขาไปชาร์จในที่ต่าง ๆ นั้นไม่มีค่าใช้จ่าย เนื่องจากพวกเขาสามารถจอดรถในที่ที่สะดวกและตั้งค่าการชาร์จไฟรถยนต์ TSLA หรือ Chevy Bolt ในขณะที่พวกเขาเดินซื้อของใน Whole Food Market และเมื่อพวกเขาออกมาจากศูนย์การค้าครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ไม่มีใบเสร็จเรียกเก็บเงินหรือการเก็บเงินรูปแบบใด ๆ หรือไม่มีช่องทางในการเสียบบัตรเครดิจและช่องทางการจ่ายเงินอื่น ๆ ที่จะอ่านค่าจำนวนค่าใช้จ่ายต่อปริมาณการใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟ ซึ่งยังคงเป็นสิ่งที่ภาคนโยบายต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไร

แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

https://www.forbes.com/sites/davidblackmon/2021/03/24/bidens-high-cost-plan-to-accelerate-us-adoption-of-electric-vehicles/?sh=f068585276ec

how can we help you?

Contact us or submit a business inquiry online.