[ประชาสัมพันธ์] ครม. มีมติเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ระลอกใหม่ – IECC

[ประชาสัมพันธ์] ครม. มีมติเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ระลอกใหม่

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ทบทวนมติ ครม.เดิมเพื่อช่วยผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMEs) ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอกใหม่ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ประกอบด้วย

  1. โครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนา เช่น 1 ) อุตสาหกรรมการผลิตและอื่น ๆ (ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องด้านพลังงาน) 2) การท่องเที่ยว 3) ค้าส่งและค้าปลีก โดยธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) สนับสนุนวงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ใน 2 ปีแรก ระยะเวลากู้ 5 ปี และขยายระยะเวลารับคำขอสินเชื่อจากเดิมวันที่ 30 มิ.ย.64 ออกไปเป็นวันที่ 30 ธ.ค.64
  2. โครงการ Soft Loan ออมสินฟื้นฟูท่องเที่ยวไทยแก่ผู้ประกอบการรายย่อยในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว และ Supply Chain วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.99 ต่อปี โดยธนาคารออมสิน ได้แก่ ขยายระยะเวลากู้ จากเดิมไม่เกิน 5 ปี เป็นไม่เกิน 7 ปี, ขยายระยะเวลาปลอดชำระเงินต้น เป็นสูงสุดไม่เกิน 2 ปี และ ขยายระยะเวลารับคำขอสินเชื่อจากเดิมวันที่ 30 มิ.ย.64 ออกไปเป็นวันที่ 30 ธ.ค.64
  3. โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ SMEs “มีที่ มีเงิน สำหรับธุรกิจการท่องเที่ยว” โดยธนาคารออมสิน วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกินร้อยละ 70 ของราคาประเมินสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท ระยะเวลากู้ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.10 ต่อปีในปีแรก ร้อยละ 0.99 และร้อยละ 5.99 ต่อปีในปีที่สองและสาม โดยได้ขยายกลุ่มเป้าหมายผู้ประกอบการ ได้แก่
    • ขยายให้ครอบคลุมผู้ประกอบการ SMEs ในภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ เช่น ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจการเดินทางและขนส่ง ธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก ธุรกิจบันเทิง ธุรกิจสปาและนวดแผนไทย ธุรกิจการเดินทางและขนส่ง ธุรกิจโรงเรียนเอกชน เป็นต้น หรือผู้ประกอบการในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด ตามที่ธนาคารออมสินเห็นสมควร
    • ปรับปรุงหลักเกณฑ์วงเงินสินเชื่อต่อรายกรณีผู้กู้เป็นนิติบุคคล จากเดิมพิจารณารายได้รวมของงบการเงินปีล่าสุด (รอบบัญชีปี 2562) เป็นพิจารณารายได้รวมของงบการเงินปีล่าสุด (รอบบัญชีปี 2562 หรือปี 2563 แล้วแต่กรณีใดสูงกว่า) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสะท้อนความต้องการที่แท้จริงของผู้ประกอบการ SMEs
    • ปรับปรุงการพิจารณาหลักประกันการกู้เงินจากเดิมไม่รับหลักประกันที่ไม่มีสภาพคล่อง เช่น ที่ดินที่ไม่มีทางเข้า-ออก ที่ดินที่มีบ่อน้ำ หรือถูกขุดหน้าดิน ที่ดินใต้แนวเสาไฟฟ้าแรงสูง ที่ดินที่อยู่ในเขตป่าสงวน เป็นต้น เป็นไม่รับหลักประกันที่ไม่มีสภาพคล่องตามที่ธนาคารออกสินกำหนด เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs
    • ขยายระยะเวลารับคำขอสินเชื่อจากเดิมวันที่ 30 มิ.ย.64 ออกไปเป็นวันที่ 30 ธ.ค.64

แหล่งอ้างอิงของข่าว / อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: 

มาตรการด้านการเงิน เพื่อดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 https://gfa.or.th/sfi/home/index

โครงการสินเชื่อใหม่สำหรับ SMEs  (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564) : https://www.bot.or.th/Thai/FinancialInstitutions/Documents/640126_SMEs_SFIs.pdf

มาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจ ธนาคารแห่งประเทศไทย : https://www.bot.or.th/covid19/content/sme/Pages/fin-rehab.aspx

เอกสาร มติ ครม. เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ระลอกใหม่ : https://bit.ly/2X08ApB

how can we help you?

Contact us or submit a business inquiry online.